ในการต่อเติมบ้านนั้น คนส่วนมากมักคิดว่าการต่อเติมโครงสร้างใหม่โดยฝากติดกับตัวบ้านเดิมเพียงเล็กน้อย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การออกแบบโครงสร้างของบ้านนั้น หากผู้ออกแบบไม่ได้เผื่อน้ำหนักและโครงสร้างสำหรับการต่อเติมไว้

เมื่อต่อเติมไปแล้วอาจพบปัญหาการแตกร้าว รั่วซึม หรือบางครั้งก็ทรุดตัวไปมากจนต้องทุบทิ้ง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องข้อกฏหมายในการต่อเติมอีกด้วย

การออกแบบโครงสร้างในส่วนต่อเติมที่ถูกต้องนั้นควรพิจารณาเรื่อง ดังต่อไปนี้ 
     1.ตรวจสอบตัวอาคารบ้านเดิม พื้นที่โดยรอบก่อนการต่อเติม ก่อนการดำเนินการใดๆ ในการต่อเติมต้องมีการตรวจเช็คโครงสร้างเดิมก่อน โครงการบางที่อาจมีการก่อสร้างตัวบ้านบนที่ดินที่เคยเป็นแหล่งน้ำมาก่อน ทำให้มีการทรุดตัวของพื้นดินบริเวณนั้น
     2.การแยกโครงสร้างใหม่ออกจากโครงสร้างเดิม ในการต่อเติมโครงสร้างใหม่นั้นส่วนมากมักใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กหรือสั้นกว่าตัวบ้านเดิม เนื่องจากไม่สามารถนำปั่นจั่นเข้าไปตอกเข็มขนาดใหญ่ได้ จึงทำให้เกิดการทรุดตัวที่แตกต่างกัน
     3.โครงสรางเชื่อมต่อกัน ตัวอาคารบ้านเดิม และส่วนต่อเติม การที่ต้องการขยายห้องให้กว้างขึ้นมีเรื่องที่ไม่ควรทำคือการเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรทำคานขึ้นมาใหม่สำหรับการรับพื้น
     4.แยกตัวโครงสร้างฐานราก อาคารบ้านเดิม และส่วนต่อเติม เหตุผลหลักของการทรุดตัวของเสาเข็มไม่เท่ากันคือความยาวของเสาเข็ม เพราะการต่อเติมบ้านอาจจะไม่สามารถใช้เสาเข็มความยาวเท่ากับโครงสร้างเดิมได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้
     5.ตัวอาคารที่ต่อเติมเมื่อมีการทรุดตัว ตัวอาคารบ้านเดิมจะไม่เสียหาย ความไม่รู้เรื่องโครงสร้างทำให้เจ้าของบ้านอาจเชื่อผู้รับเหมาทั่วไปที่อาจไม่เข้าใจถึงเรื่องน้ำหนัก และการรับน้ำหนักของโครงสร้างต่างๆ
     6.คำนวณน้ำหนักของการก่อนกำแพงทั้งแบบอิฐมอญ และการฉาบเรียบ น้ำหนักของกำแพงอิฐมอญที่ก่ออิฐและฉาบปูน ที่เรียกว่าก่ออิฐครึ่งก้อน (ก่ออิฐชั้นเดียว) มีน้ำหนักตารางเมตรละ 180 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าก่ออิฐกั้นห้องสูง2.50เมตรก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นที่คาน450กิโลกรัมต่อความยาว1เมตรซึ้งเท่ากับข้าวสาร4กระสอบครึ่งเป็นตัวเลขของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการต่อเติมเพิ่มกำแพงห้อง